ชนแล้วหนี
วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
๐๓:๕๕:๔๐ น.
Hit and run ป่ะวะ ไม่ค่อยแน่ใจ
แต่ประโยคนี้ไอ้ปั๊มมันพูดมาแล้วเราก็ขำกันสองคนสุดๆไปเลย (ที่สละโสด) ก็ถามว่า อ้อม ใช่มะ มันบอกว่า เออ ใช่ คือรายการทีวีเมื่อคืนวันก่อน ๓หนุ่ม๓มุมน่ะละ คุณอ้อมดาราแกมาออกรายการ แล้วแกก็พูดถึงว่าที่สามีแกว่า มาชนแล้วหนี ชนแล้วหนี หลายครั้งกว่าจะได้เป็นแฟนกัน อธิบายง่ายๆก็คือ มาสร้างความประทับใจแล้วก็จากไป เราฟังแล้วขำดี แบบ ทะเล้นน่ารักจัง
ไอ้ปั๊มกะเราก็คล้ายๆกันนิดๆหน่อยๆคือชอบชนแล้วหนีเล็กๆ ฮ่าๆๆ
ก็นั่งดูอยู่กะพ่อกะแม่ รายการ๓หนุ่ม๓มุม นานน้านนนนนทีเราจะนั่งดูทีวีกันพร้อมหน้าพร้อมตา จริงๆแล้วก็คือ เรากับน้องยังไม่ดีกัน แม่ก็เลยเรียกพ่อกลับมาบ้านแม่ มาดูแลความสัมพันธ์ลูกชายลูกสาวหน่อย
พ่อเราเขารู้จักกับครอบครัวแม่เจ้าบ่าวของคุณอ้อมดี เคยบอกพ่อว่า จะให้ลุงจี๋เป็นประธานงานแต่งงานเรา พ่อบอกว่าจริงๆสมควรให้น้าเจ้าบ่าวคุณอ้อมเป็นประธานมากกว่า เหมาะสมกว่า เราก็ไม่เอาหรอก เอาเป็นเวลาน้องสาวเราแต่งงานละกัน ของเรา ขอเลือกเองทุกๆอย่าง ลุงจี๋กล่าวอวยพรเสร็จ ร้องเพลงด้วยเลยโลด ก็บอกแกไปแล้วแบบนี้ แกก็ชอบใจ
(ลุงจี๋แกเป็น๑ในเอลวิสเมืองไทย และ เราก็เกิดวันเดียวกับเอลวิส)
ดูทีวีไป ก็คุยกันไป ถึงตอนเด็กๆเราซัก๑๐ขวบ ปิดเทอมก็ไปอมก๋อยกัน ตอนนั้นน้าอีกคนของเจ้าบ่าวคุณอ้อมแกเป็นนายอำเภออยู่ที่นั่น มีความสุข อมก๋อยสวยมากๆ ขับรถกันไปพ่อแม่ลูกตั้งหลายวัน สมัยก่อนกว่าจะถึงเชียงใหม่ กว่าจะเข้าไปในเชียงใหม่ โอ๊ย นานมากๆ แต่ธรรมชาติก็สวยมากๆ
คุณอ้อมกะเจ้าบ่าวแกก็ไม่รู้จริงๆน่ะละ ว่าแต่งงานเมื่อไหร่ เพราะต้องรอพระราชทานน้ำสังข์ ระดับลูกชายคนเดียวท่านผู้หญิงเชียวนะ
เราก็ถามพ่อเราว่า สมัยพ่อกะแม่ขอพระราชทานน้ำสังข์ รอนานไหม พ่อบอกก็ครึ่งปีได้ แต่พอขอไปแล้ว เราไม่มีทางรู้เลยว่า จะมีฤกษ์เมื่อไหร่ และ ท่านจะพระราชทานเมื่อไหร่ แล้วคนธรรมดาก็ไม่ควรไปถามอะไรยุ่งยากนักด้วย ทางสำนักพระราชวังไม่จำเป็นต้องตอบคำถามใดๆ
แต่ทีละเรื่องดีกว่า
เอาเรื่องชนแล้วหนีวันนี้ดีกว่า วันนี้ก็เจอสาวหลายคน แต่ไม่ได้อยู่ร้านฝั่งเต้น มานั่งชิวๆฝั่งชิวๆ
อ้อ วันนี้ไปดูละครเวทีห้องเชียร์คณะมา ละครฉากนี้ดาราหลายร้อยคน หนุกดี แต่ก็จืดๆ เราเบื่อๆ แต่ไม่ได้ไปหลายปีแล้ว ปีนี้ก็เลยอยากไป เพราะเป็นอันรู้กันในหมู่ว้ากเก้อร์ว่า ปีนึงจะมีวันนึงที่เราได้กลับไปห้องเชียร์กัน
ไปสละโสดเราก็เบื่อๆอีก เพราะ ไม่กินเหล้า ก็เข้าพรรษาแล้วนี่ กินโซดาเปล่าๆไปหลายแก้ว ดุดบุหรี่ไป๓ตัว แต่หนุกดี ตรงไอ้ปั๊มแนะนำสาวๆให้รู้จักเยอะ ประทับใจมากๆๆๆๆๆ คนนึงสวยสุดๆ แต่ตัวสูงมากๆสูงเกือบเท่าเรา ตลกมากๆเป็นผู้หญิงสวยที่ตลก แค่นี้ก็หายากมากๆแล้ว แล้วยังขี้เมาอีก สำหรับเราเพอร์เฝ็คท์เลย ที่เราชอบใจก็คือ จำชื่อเราได้ด้วย แต่ตัวสูงไปก็ไม่ใช่สะเป๊คหรอก (น้องเขาก็ไม่สนเราอยู่ดี)
แต่มีคนนึง ตอนแรกเรานั่งมองจากในร้านเห็นเขาดูดหรี่ คุยกะไอ้ปั๊มอยู่ ก็มองข้างหลัง เสื้อผ้าไม่โป๊เลยผิดกับคนอื่นมาก ก็มองดูว่าสวยดูหุ่นปกติ เห็นแค่ผม ก็มองว่าจากเสื้อผ้าการแต่งตัวแล้วเป็นคนสบายๆ ควบคุมทุกอย่างได้ ใจเย็น ไม่ได้ใช้เสน่ห์ในการควบคุมคน แต่ใช้ความเย็นในตัวบังคับความคิดคนอื่นได้ ก็ไม่ได้คิดอะไรนัก
ก็พอไม่กินเหล้าก็เลยต้องไปมองคน
ถ้ากินเหล้าแล้วก็จะมันอยู่คนเดียวของเรา เรามองข้างหลังก็ว่าโอเค พอเดินออกไปคุยกะปั๊ม มันแนะนำให้รู้จัก เห็นหน้าแล้ว โหย จะเป็นลม สะเป๊กเลย เหมือนนางเอกในหนังม ๓ ปี ๔ เลย แต่ว่า ในหนังหน้าไม่เหมือนตัวจริงอะ หนังถ่ายสวย ถ่ายมุมให้นางเอกเรื่องนั้นสวย น้องคนนี้ก็เหมือนกัน หน้าแบบนี้ล่ะ ตาเป็นเม็ดกลม มีแก้มเป็นกระติก ปากได้รูป มีหนวดนิดๆ ผิวไม่ขาว แววตาเอาเรื่อง แต่ที่สำคัญสุด พอน้องเขาเดินไป เราก็คุยกะปั๊ม
“โหยยยยย น้องเขานมสวยมากเลยว่ะปั๊ม” นมไม่ใหญ่ เรียกว่าขนาดมาตรฐานหญิงไทยปกติ แต่เสื้อแหวกลงมามากๆ ปั๊มก็บอกว่า เออ ดิ
แต่เราตกใจเลย แต่ก็อย่างว่าแหละ คนขาสวยเขาก็ชอบนุ่งสั้นโชว์เรียวขากัน คนนมสวยเขาจะโชว์นมสวยๆบ้างจะแปลกตรงไหน เที่ยวกลางคืนสมัยนี้คนก็แต่งตัวกันโป๊จะตายไป พวกคนนมไม่สวยเขาก็ไว้ผมยาวๆมาปิดนมกัน
เราก็เลยคุยแบบไม่ค่อยกล้ามองหน้าเลย แล้วก็ปกติน่ะแหละ เรานั่งค่อยข้างติดโต๊ะกัน๒คนกะปั๊ม พวกเด็กๆเขาก็ไปเต้น พอเบื่อๆก็มา อะไรเทือกๆนั้น
ตรงส่วนฟังเพลงนี่ นักร้องร้องเพลงช้าๆเพราะๆเยอะ
ตอนดึกๆมีหุ้นส่วนร้านที่เป็นนักร้องก็ร้อง๓เพลง ร้องด้วยเต้นด้วย น่ารักมากๆ น้องพลอย ร้อง พูดอีกที รักแท้น้ำชา ห้ามทิ้ง น่ารักดี นึกไปถึง๒เสาร์ที่แล้ว เราก็เห็นพวกนักร้องร้องเพลงแบบนี้ล่ะ น่ารักดี สาวๆสวยๆแย่งไมค์กันร้องมันก็น่ารักไปอีกแบบ เต้นด้วย แต่งตัว เสื้อผ้าหน้าผมทุกอย่างหมดจดพร้อม
อ้อ วันนั้น มีนักร้องคนนึงเมาแล้วซ่า มาชี้หน้าด่าเรา เราก็เซ็ง
แล้วคืนนั้น รถเราก็โดนรถฝ่าไฟแดงมาเฉี่ยวแล้วหนี ผลก็คือ เราหลบไปบนฟุตบาท แต่ว่าฟุตบาทกระแทก ปีกนก คอม้า พังหมด ต้องลากไปอู่ พอออกมาจากอู่ อู่ก็กลึงแม็กให้ด้วยให้ความรู้สึกใหม่ๆนิดนึง
วันนี้พึ่งได้ลองขับดู แล้วก็เลยเปลี่ยนยางไปหมด๔เส้นรวด ผลจากการเปลี่ยนยาง รู้สึกเหมือนตอนรถใหม่ๆ ขับรถคันนี้ป้ายแดง ไปมธ รังสิต เรียนหนังสือ เลย
ก็มาคุยกะปั๊มว่า เหมือนตอนนู้นนนน ที่ปั๊มไปเปลี่ยนเป็นยางโพเท็นซ่ามา แล้ว ขับแล้วรถนิ่มมากๆ ของแบบนี้คนขับเท่านั้นที่รู้ คนนั่งไม่รู้สึกนักหรอก
อ้อ วันนี้หลังเชียร์เสร็จ ก็ไปเดินคนเดียวรำลึกความหลังอยู่๒ชั่วโมงได้
หมู่บ้านนักกีฬา โรงอาหาร อินเตอร์โซน ตลาดนัด ๐ญี่ปุ่นที่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่น อะไรเหล่านี้ มันผูกพันมากจริงๆ ไปขับรถวนเล่นในAITด้วย คิดถึงสมัยก่อน มาขี่จักรยานกะแฟนบ่อยๆ สวย มีความสุข ชีวิตในนั้นเป็นอีกโลกนึงจริงๆ
ดึกแล้ว เดี๋ยวนอนดีกว่า พรุ่งนี้มีงานรับปริญญาที่จุฬาอีก ของมิ้ม ไม่ไปไม่ได้ วันซ้อมก็ดันตื่นไม่ไหว ก็วันนั้นกว่ารถจะยกมาหน้าบ้านก็ปาไปหกโมงครึ่งแล้ว ฟ้าสว่างเลย ตื่นไปถ่ายรูปได้ก็แปลกล่ะ
อ้อ วันนี้ก่อนไป ห้องเชียร์ แวะไปเจอครูโยคะมา เขาถามเราว่า “หายไปไหนมานาน?” เราบอกว่า “งานยุ่ง” เขาบอกไหนวันก่อนบอกตกงาน เราก็ขำกร๊ากเลย ก็ช่วงนี้งานยุ่งจริงๆ จะโกหกทำไม แต่พอเมื่อวานคำนวนกะคร่าวๆแล้ว คาดว่า ทำทันพอดีพอดีแน่ๆ เลยไม่ตกใจนัก อาทิตย์ที่แล้วดิ ขี้แทบแตก กลัวไม่ทันจะแย่
ถ้าบอกใครว่าต้นเดือนก่อนมีครูโยคะมาจีบเรา ก็ฟังดูน่าจะเป็นคุณหนูน่ารักๆเนอะ แต่คนนี้กล้ามบึ้กมากๆ ผู้หญิงอาไร้กล้ามเนื้อท้องยังกะพวกนักร้องผู้ชายเกาหลี ฮ่าๆๆ มุกเขาน่ารักนะ ไม่รู้จะชวนเราไปไหนก็โทรมาชวนไปเก็บผลไม้ที่เมืองจันทน์ เวลาเจอหน้าพอเราคุยด้วย ก็หน้าแดงเป็นลูกตำลึงตลอดเวลา
แหม น่าเสียดายจริงๆ ถ้าหน้าตาจุ๋มจิ๋มเด็กๆน่ารักๆแบบสาวๆที่ร้านสละโสดวันนี้ละก็ จะชนแล้วไม่หนีเลย
ชนแล้วอุ้มกลับบ้านเลย ฮ่าๆๆ
Friday, July 10, 2009
Subscribe to:
Posts (Atom)
About Me
- ทศ พิทักษากร
- Tokyo, Japan
- น้องสาวชื่อ ทอรุ้ง พ่อเป็นลูกคนเดียวของปู่กะย่า แม่เป็นลูกคนเดียวของตากะยาย น้องสาวมีลูกไม่ได้ ชอบเลี้ยงแมวมากกว่าหมา ตอนเด็กๆโดนหมางับที่โคนขา@เขาใหญ่ เลยไม่ค่อยรักมัน แมวเลี้ยงมาหลายตัวมากๆ หมาเลี้ยงมาและรักตัวเดียวชื่อ แตงโม ไก่แจ้ก็ชอบ ตอนเด็กที่บ้านมี๓๐ตัวได้ แต่้ตอนนี้อยากเลี้ยงนกยูง เ็ห้นว่าสวยดี เรื่องแฟนไม่คิดมาก ยังนึกไม่ออกว่าแต่งงานเมื่อไรดี แต่พ่อห้ามแต่งก่อนสามสิบ ส่วนจะมีบุตรสืบสกุลหรือไม่ ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะหมอบอกว่าต้องดูสุขภาพภรรยาด้วย ว่ามีได้ไหม บ้านเราไม่ค่อยแข็งแรงกันอะ เป็นโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ความสามารถพิเศษ : เรียนจบนักธรรมตรี แต่ไม่เปรียญซักกะประโยค แต่ก็ยังขยันกินเหล้าอยู่ นอกจากทำมาหาเลี้ยงชีวิตแล้ว งานอดิเรกคือ ชอบอ่านหนังสือมากๆ ในรอบสี่ปีนี้ใช้ชีวิตในห้องสมุดเป็นหลัก สำหรับเราเราเรียกมันว่าโลกไร้กาลเวลา โดนดูดเข้าไปบ่อยๆ อ้อ เราสายตาไม่สั้นนะ ไม่เนิ้ดเลยด้วย เป็นผู้ชายตัวใหญ่ ใส่เสื้อที่ซื้อตามสวนจตุจักรไม่ได้ ชอบผู้หญิง ตัวเล็ก ผมสั้น ตาสวย แก้มใส เสียงหวานๆ พูดได้มากกว่าสองภาษา จะสามสี่ห้าภาษาก็ได้ไม่ว่ากัน เรียนเก่งๆ ญาติน้อยๆ ชอบอยู่บ้าน เล่นดนตรีได้ ทำบัญชีได้ ขับรถไม่เป็น